Jan 30, 2018

4 world heritages in Ayutthaya you can’t miss / 4 สิ่งน่าสนใจในอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา

4 สิ่งน่าสนใจในอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา
a historical park, Ayutthaya, Thailand
Ayutthaya, the ancient capital, was founded around 1351 or 667 years ago.
Many international merchants set sail for Ayutthaya, from diverse regions as the Asians, European, Japan, China, the Netherlands, Portugal, England and Spain. Their notes stated that when come to Ayutthaya,first thing you would see was a golden palace.
417 years later the city was destroyed by Burmese army.
At present, the ruins of the city are preserved as the world heritage and many tourists visit this places.

อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยาได้รับการยกให้เป็นมรดกโลก ตั้งแต่ปี ๒๕๓๔ ด้วยเหตุผลที่ว่า “เป็นสิ่งที่ยืนยันถึงหลักฐานของวัฒนธรรมหรืออารยธรรมที่ปรากฏให้เห็นอยู่ในปัจจุบันหรือสาบสูญไปแล้ว”
และนี่คือเกร็ดประวัติศาสตร์เรื่องอยุธยาผ่าน ๔ สถานที่จะทำให้คุณเที่ยวชม “ซากอิฐกำแพงเก่า” ได้สนุกยิ่งขึ้น


1.Wat  Phra Si Sanphet
At the early period of the Ayutthaya Kingdom, this temple was for  a king’s residence.  After the palace has been finished, the temple transferred to be a royal temple which conduct only royal ceremonies. Tree chedies inside the temple was constructed to enshrine the ashes of King. This pattern were the model for Bangkok’s Wat Phra Keaw and Royal palace.

วัดพระศรีสรรเพชญ์
อาณาจักรอยุธยาเป็นบ้านเมืองที่ได้รับการสถาปนาขึ้นจากความร่วมมือของคนสองกลุ่มเนื่องจากเป็นชัยภูมิที่ดีเพราะเป็นศูนย์กลางการค้าขายทั้งทางบกและต่อเรือไปทางทะเล กลุ่มกำลังทั้งสองก็คือ กลุ่มละโว้และกลุ่มสุพรรณภูมิ โดยได้สถาปนาพระเจ้าอู่ทองจากกลุ่มละโว้ให้เป็นกษัตริย์พระองค์แรกของเมืองใหม่นี้ ดังเราจะเห็นว่าในยุคแรกของอยุธยาจะมีการแย่งอำนาจกันของกลุ่มทั้งสองที่เมื่อฝ่ายใดมีกำลังเข้มแข็งกว่าก็จะได้ครองราชสมบัติ จนกระทั้งราชวงศ์สุพรรณภูมิสามารถยึดอำนาจได้อย่างเบ็ดเสร็จและครองอยุธยามาจนถึงคราวเสียงกรุงครั้งที่๑
ในยุคแรกบริเวณที่เป็นวัดพระศรีสรรเพชญ์เป็นที่พำนักของกษัตริย์ ก่อนที่สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถจะโปรดให้สร้างพระราชวังขึ้นใหม่ และยกที่เดิมให้เป็นเขตพุทธาวาส วัดพระศรีสรรเพชญ์เป็นวัดประจำพระราชวัง ต้นแบบของวัดพระแก้วที่กรุงเทพฯ


2.Wat Ratchaburana
Wat Ratchaburana was founded in 1424. It was built on the cremation site of King Chao Sam Phraya’s elder brothers.
This temple become famous to the public because it was looted in 1956.
Looters drilled deep  under the stupa and found large number of Buddha images and gold artifacts. They stole almost half of the treasure.  However,  authorities were found more than 2,000 list of valuable things  left.  For example, 100,000  Buddist tablets, as well as gold with a combined weight of more than 100 kilograms. Nowadays, all of these treasures are displayed in the Chao Sam Phraya National Museum at Phra nakhon si Ayutthaya.

วัดราชบูรณะ
เมืองอยุธยาถูกสร้างขึ้นด้วยเหตุผลทางการค้า และก็ร่ำรวยขึ้นด้วยการค้าอย่างมากมายโดยเฉพาะช่วงต้นที่ยังไม่มีศึกสงครามใหญ่ อยุธยาจึงมีฐานะที่ร่ำรวยดังที่เราจะได้เห็นจาก กรุทองอยุธยา ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเจ้าสามพระยา
วัดราชบูรณะสร้างขึ้นในปี พ.ศ. ๑๙๖๗ โดยเจ้าสามพระยา ในสถานที่ที่ถวายพระเพลิงเจ้าอ้ายและเจ้ายี่ พระเชษฐาทั้งสองที่ชิงพระราชสมบัติกันเองและต่างทรงพระแสงของ้าวต้องพระศอขาดพร้อมกัน ทำให้น้องคนสุดท้อง เจ้าสามพระยา ได้ขึ้นครองราช ตามที่เราน่าจะเคยได้ยินได้เรียนกันมาบ้าง
แต่สิ่งที่ทำให้วัดราชบูรณะเป็นที่รู้จักก็คือ กรุทองภายในพระปรางค์ประธาน
ในการสร้างพระปรางค์จะมีการใส่เครื่องทอง พระพุทธรูปทองลงไปเพื่อถวายเป็นพุทธบูชา และอย่างที่บอกว่าตอนต้นของอยุธยาเป็นเมืองที่รวยมาก ภายในพระปรางค์จึงบรรจุทองไว้อย่างมาก น่าเสียดายที่ก่อนทางราชการจะขุดค้น กรุวัดราชบูรณะได้ถูกคนลักลอบขุดไปก่อนและได้เครื่องทองไปจำนวนมาก แม้ภายหลังจะตามจับคนร้ายได้ แต่เครื่องทองที่ถูกโจรกรรมไปก็ถูกหลอมและหายไปแล้ว
แต่ถึงจะถูกขโมยไปแต่ก็ยังพบสิ่งของกว่า ๒,๐๐๐ รายการ พระพิมพ์กว่า ๑๐๐,๐๐๐ องค์ ทองคำหนักกว่า ๑๐๐ กิโลกรัม ทั้งหมดถูกจัดแสดงไว้ที่ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเจ้าสามพระยา ที่พระนครศรีอยุธยานั่นเอง


3.Wat Mahathat
The well known image for tourists in Wat Mahathat is Buddha head, embedded into a tree trunk. This is one of the most important Ayutthaya temples.

วัดมหาธาตุ
ภาพของเศียรพระที่ถูกรากไม้โอบรัดเอาไว้ เป็นภาพยอดนิยมภาพหนึ่งของอุทยานประวัติศาสตร์อยุธยา และเศียรพระดังกล่าวก็อยู่ที่วัดมหาธาตุ ทำให้ที่วัดนี้มีนักท่องเที่ยวมาเยี่ยมชมเป็นจำนวนมาก
คนไทยมักจะเข้าใจว่าที่กรุงศรีอยุธยาเหลือแต่ซากเป็นเพราะว่าถูกพม่าเผา แต่ความจริงแล้วถูกเพียงแค่ครึ่งเดียวเพราะส่วนสำคัญอีกอย่างที่ทำให้โบราณสถานต่างๆเสื่อมโทรม และหายไปเป็นเพราะการขุดค้นสมบัติของคนไทยในยุคหลัง อย่างที่พระปรางค์วัดราชบูรณะถูกขุดกรุขโมยทองไป
และอีกสาเหตุก็คือในสมัยต้นรัตนโกสินทร์ กรุงเทพฯมีความต้องการอิฐสำหรับใช้ในการก่อสร้างทั้งวัดและวัง จึงได้มีการไปขนอิฐจากพระราชวังเก่าที่อยุธยานำมาใช้ในการก่อสร้าง หลายสิ่งในกรุงเทพฯจึงนับได้ว่ามีรากฐานมาจากอยุธยาทั้งในด้านนามธรรมและรูปธรรมโดยแท้


4.Wat Na Phra Meru
You can found many ruins in Ayutthaya but if you want to see no damaged temple, we recommend Wat  Na Phra Meru.
This temple was then used as a base by the Burmese troops. Shells were fired from here to destroy the royal palace.
The main Buddha image and architecture is authentic Ayutthaya’s art which is very beautiful and unique.

วัดหน้าพระเมรุ
วัดเดียวที่รอดจากการถูกเผา เพราะเป็นวัดที่อยู่ตรงข้ามแม่น้ำกับพระราชวัง กองทัพพม่าจึงใช้เป็นค่ายเพื่อยิงปืนใหญ่เข้าไปในวัง
การรบคราวเสียกรุงครั้งที่๒ คนไทยส่วนใหญ่มักจะคิดว่าอยุธยาอ่อนแอ แต่ตามหลักฐานของพม่าหรือจากการจดบันทึกของชาวตะวันตกแล้ว เราจะเห็นว่าอยุธยาไม่ได้อ่อนแอเลย ทั้งยังสามารถป้องกันการล้อมของพม่าได้ถึงปีกว่า ก่อนที่กรุงจะแตก แต่การแพ้ครั้งนั้นเกิดจากยุทธวิธีทางการศึกโดยแท้
แต่เดิมอยุธยาจะใช้การตั้งรับศึกในกำแพงเมือง โดยการสะสมอาหารและเกณฑ์ผู้คนเข้าไปอยู่ภายในและปล่อยให้ข้าศึกล้อมเมืองจนถึงฤดูน้ำหลากก็จะต้องล่าถอยไปเอง แต่การศึกครั้งนั้นกองทัพพม่าแก้เกมมาอย่างดี มีการตั้งทัพในที่ดอน และผูกเรือใช้เพื่อจะได้ล้อมกรุงอย่างต่อเนื่อง เมื่อน้ำหลากมาแล้วกองทัพพม่าก็ไม่ได้ถอยไป อยุธยาจึงเริ่มแพ้ภัยตัวเอง อาหารที่สะสมไว้เริ่มหมด บ้านเมืองภายในเริ่มระส่ำระสาย แม่ทัพนายกองต่างก็เห็นลางเป็นเลาๆแล้วว่าน่าจะเสียกรุงให้กับพม่าแน่ ช่วงนี้เองที่พระยาตากได้ฝ่าวงล้อมของพม่ามุ่งไปยังหัวเมืองตะวันออก
และด้วยบทเรียนนี้เอง เมื่อมาถึงยุคกรุงรัตนโกสินทร์ในคราวสงคราม๙ทัพ รัชกาลที่๑ จึงใช้การศึกที่ออกไปยันทัพพม่าตั้งแต่ยังอยู่เพียงหัวเมืองเท่านั้น ไม่ยอมให้มาประชิดพระนครอีก
หากจะดูศิลปะสมัยอยุธยาแบบดั้งเดิม พระประธานแบบทรงเครื่องใหญ่ตามแบสมัยนิยมของอยุธยาที่งดงาม จึงสามารถมาชมได้ที่วัดพระเมรุแห่งนี้เท่านั้น
BACK
SHARE
TAGS
RELATED POST
Four things that you shouldn’t miss in Wat Phra Kaew According to a research from the tourist in Thailand,They said Wat Phra Kaew is the most Impressive place in Bangkok because of the beautiful architecture and sculpture. Wat Phra Kaew is located within the grounds of the Royal Palace and is used for royal ceremonies. It was built at the same time that Bangkok was established and is an important temple as it displays the work of the most talented craftsmen of the period.Wat Phra Kaew and royal palace open everyday so don’t believe anybody who says it close!
Bangkok became a capital city since 1783.They built the wall for protect the city including 14 fortress. After that they didn’t use the fortress much so now remain only two fortress.